เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-09
การซื้อหุ้นถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนหนึ่งที่ถือว่าน่าสนใจมากให้ห้วงปีที่ผ่านมา ทว่าการที่จะเริ่มซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งนั้น นักลงทุนจำเป็นต้องฝึกประเมินมูลค่าหุ้นอย่างรัดกุมด้วยตัวเอง ไม่ควรเชื่อคำแนะนำนักวิเคราะห์หรือคนอื่นจนเผลอซื้อหุ้นตัวนั้น ๆ แบบหน้ามืดตามัว เพราะอาจทำให้เราขาดทุนได้ในระยะยาว
ดังนั้น EBC Financial Group จึงขอเปิด 4 วิธีประเมินมูลค่าหุ้นแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ง้อเซียนหุ้น เพื่ออยู่รอดในตลาดหุ้นได้ในระยะยาวและยั่งยืน พร้อมสูตรคำนวณและคำศัพท์ที่ต้องรู้แบบครบจบในที่เดียว
การประเมินมูลค่าหุ้นเปรียบเสมือนการมองลึกไปในธุรกิจของบริษัทเจ้าของหุ้น เพื่อช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์หรือเข้าใจว่าราคาหุ้นที่เราสนใจในตลาดนั้น ถูก แพง หรือสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเติบโตของบริษัท เพราะถ้าเราไม่เริ่มประเมินมูลค่าหุ้น อาจทำให้นักลงทุนซื้อหุ้นแพงเกินไป พลาดโอกาสซื้อหุ้นดีราคาถูก หรือลงทุนโดยไม่มีหลักการได้

1. อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio): [SEO Keyword: P/E Ratio คือ] เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด วิธีนี้คำนวณจาก ราคาหุ้นปัจจุบัน ÷ กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ค่า P/E Ratio บ่งบอกว่านักลงทุนยินดีจ่ายเงินกี่เท่าของกำไรต่อหุ้นเพื่อซื้อหุ้นนั้น
ข้อดี: เข้าใจง่าย ใช้เปรียบเทียบหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันได้
ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับบริษัทที่ยังไม่มีกำไร หรือกำไรมีความผันผวนสูง
สมมุติ ว่า P/E = 75 เท่า หมายความว่านักลงทุนกำลังยอมจ่ายเงิน 75 บาทเพื่อกำไร 1 บาท หรืออาจเทียบได้ว่าต้องใช้เวลาถึง 50.88 ปี เพื่อคืนทุน แต่ถึงกระนั้น กลุ่มหุ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมักมี P/E ที่สูงกว่ากลุ่มอื่น เพราะผลงานในอดีตที่มีการเติบโตของกำไรอย่างก้าวกระโดด
2. อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV Ratio): คำนวณจาก ราคาหุ้นปัจจุบัน ÷ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น มูลค่าทางบัญชีคือส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุล ค่า P/BV Ratio ซึ่งหมายความนักลงทุนยินดีจ่ายเงินกี่เท่าของมูลค่าทางบัญชีเพื่อซื้อหุ้นนั้น จะต่างกับ P/E Ratio ที่เป็นการจ่ายกี่เท่าตามกำไร
ข้อดี: เหมาะกับบริษัทที่มีสินทรัพย์จับต้องได้เยอะ เช่น กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์
ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับบริษัทที่เน้นสินทรัพย์ที่ยังจับต้องไม่ได้ เช่น กลุ่มเทคโนโลยี
อย่างไรก็ดี หุ้นที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า อาจหมายความหุ้นนั้นถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความจริง แต่ก็ตีความได้เหมือนกันว่าในบริษัทกำลังมีปัญหาซุกซ่อนอยู่นั่นเอง ดังนั้นนักลงทุนควรวิเคราะห์จุดนี้ให้ดี ไม่ใช่ค่า P/BV ต่ำแล้วจะมุ่งซื้อเพียงอย่างเดียว
3. อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อการเติบโต (PEG Ratio): เป็นอัตราส่วนที่นำ P/E Ratio มาพิจารณาร่วมกับอัตราการเติบโตของกำไรของบริษัท คำนวณจาก P/E Ratio ÷ อัตราการเติบโตของกำไร (เป็นเปอร์เซ็นต์) โดยทั่วไป PEG Ratio ที่ต่ำกว่า 1 อาจบ่งชี้ว่าหุ้นนั้นถูกประเมินค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร
ข้อดี: ช่วยปรับปรุงข้อจำกัดของ P/E Ratio โดยคำนึงถึงการเติบโตของบริษัท
ข้อเสีย: การคาดการณ์อัตราการเติบโตอาจมีความไม่แน่นอน และไม่เหมาะกับบริษัทที่ไม่มีการเติบโตหรือการเติบโตผันผวน
โดยปกติหุ้นที่มี PEG ที่ 1 แสดงว่าราคาของหุ้นนั้น ๆ เหมาะสมกับจุดสมดุลระหว่างราคาและการเติบโต ขณะที่หาก PEG ต่ำกว่า 1.0 อาจหมายความว่าหุ้นมีราคาถูกเมื่อเทียบกับการเติบโต (Underpriced) กลับกัน ถ้า PEG มากกว่า 1.0 อาจแปลว่าหุ้นแพง (Overpriced) เกินไปก็เป็นได้
4. อัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (P/S Ratio): คำนวณจาก ราคาหุ้นปัจจุบัน ÷ ยอดขายต่อหุ้น หรือ มูลค่าตลาดรวม ÷ ยอดขายรวม อัตราส่วนนี้ช่วยประเมินมูลค่าหุ้นโดยอิงจากรายได้ของบริษัท ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับบริษัทที่ยังไม่มีกำไร หรือมีกำไรผันผวน แต่มีรายได้ที่สม่ำเสมอ
ข้อดี: ใช้ได้กับบริษัทที่ยังไม่มีกำไร และช่วยเปรียบเทียบบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในแง่ของรายได้
ข้อสังเกต: ไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท
วิธีประเมินมูลค่าหุ้นแบบนี้จะมีประโยชน์สำหรับบริษัทที่ยังไม่มีกำไร หรือกำไรผันผวน โดยเฉพาะสตาร์ทอัพหรือบริษัทเทคโนโลยีที่ P/S ที่ดีจะขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและอัตรากำไรขั้นต้น

การเรียนรู้วิธีประเมินมูลค่าหุ้นเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน แม้ดูเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเราเริ่มต้นจากวิธีง่ายๆ และคอยศึกษาเพิ่มเติม จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และประเมินมูลค่าหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวได้
คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใด ๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใด ๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย