เผยแพร่เมื่อ: 2024-03-05
อัปเดตเมื่อ: 2024-10-28
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสกุลเงินที่มีอิทธิพล และเป็นสกุลเงินหลักของโลก โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากราคาของสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน น้ำตาล หรือทองคำ ล้วนใช้หน่วยราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมด หรือแม้แต่การซื้อขายระหว่างประเทศ และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ก็ยังใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเพราะเป็นสกุลเงินหลัก จึงมีอิทธิพลต่อการค้าและการลงทุน โดยในบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จักกับดัชนีดอลลาร์ หรือ Dollar Index พร้อมกัน
มีสมมุติฐานเกี่ยวกับสกุลเงินว่า หากเงินสกุลใดมีความต้องการสูง เงินสกุลนั้นก็จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ซึ่งในขณะเดียวกันเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ก็นับเป็นสกุลที่มีความต้องการทั่วโลก การจะวัดว่าดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นขนาดไหน จึงถูกจัดทำเป็นดัชนีดอลลาร์ หรือ Dollar Index
โดยในปี 1973 ดัชนีดอลลาร์ได้ถูกจัดทำขึ้นหลังจากการล่มสลายของ Bretton Woods โดยในช่วงแรกดัชนีดอลลาร์ได้กำหนดค่าเอาไว้ที่ 100 และมีวิธีการวัดความแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยการนำไปเปรียบเทียบเงินสกุลสำคัญอีก 6 สกุลด้วยกัน ได้แก่ เงินยูโร, เงินปอนด์ประเทศอังกฤษ, เงินเยนประเทศญี่ปุ่น, เงินดอลลาร์ประเทศแคนาดา, เงินโครนาประเทศสวีเดน, และเงินฟรังก์สวิส
โดยยกตัวอย่างในช่วงปี 2022 ดัชนีดอลลาร์มีค่าอยู่ที่ 106.40 เมื่อเทียบกับสกุลเงินทั้ง 6 สกุลเงิน จึงสามารถอ่านค่าได้ว่า ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นนั่นเอง และอีกหนึ่งตัวอย่าง คือ ในช่วงปี 2008 ดัชนีดอลลาร์มีค่าต่ำสุดอยู่ที่ 70 เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงิน จึงอ่านค่าได้ว่า ดอลลาร์มีความอ่อนตัว ซึ่งในปีเดียวกันนี้เอง เป็นปีที่เราได้พบกับวิกฤตทางการเงิน ซึ่งก็คือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยที่ในช่วงเวลานั้น ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อัดฉีดเงินของประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ เกิดความอ่อนตัว

ความแข็งแกร่งของดัชนีดอลลาร์ สามารถใช้ประเมินแนวโน้มของราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้ ด้วยวิธีวัดความแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับเงิน 6 สกุลหลัก โดยหากดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น จะหมายความว่า เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เราใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ น้อยลงสำหรับการซื้อสินค้าในปริมาณเท่าเดิม ซึ่งหมายความว่า ราคาสินค้าจะถูกลง เมื่อนำไปเทียบกับค่าเงิน
เช่น ถ้าดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ปรับตัวลดลงไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าสำคัญทั่วโลก อย่างน้ำมัน น้ำตาล และข้าว เป็นต้น แต่ถ้าหากดัชนีดอลลาร์ปรับตัวต่ำลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้นสำหรับทองคำ ที่มีลักษณะวิ่งสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ นักลงทุนจะสามารถใช้ดัชนีดอลลาร์ เพื่อหาแนวโน้มของราคาทองคำได้ โดยถ้าหากดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ราคาทองคำจะมีราคาถูกลง แต่ถ้าหากดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง ราคาทองคำก็จะมีราคาสูงขึ้น
ในส่วนของเงินทุน หรือ Fund Flow ดัชนีดอลลาร์จะบ่งชี้ถึงทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้ โดยหากดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น Fund Flow จากประเทศอื่น ๆ จะไหลเข้ามาลงทุนยังประเทศสหรัฐอเมริกามากขึ้น เพราะนักลงทุนย่อมมองหาผลตอบแทนจากสกุลเงินที่มีความแข็งค่ามากที่สุด ดังนั้นในทางกลับกัน หากดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลดลง Fund Flow ก็จะเทออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไปสู่ประเทศอื่น ๆ แทน เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ หากเงินบาทไทยแข็งค่า เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เราก็จะได้เห็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ประเทศ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทยิ่งแข็งค่าขึ้นไปอีก และการแข็งค่านี้ก็เป็นตัวดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาเก็งกำไรกับค่าเงินบาทมากขึ้น
ดัชนีดอลลาร์มีความสำคัญ และมีอิทธิพลต่อราคาสินค้าทั่วโลก รวมไปถึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนของนักลงทุน ดังนั้นหากนักลงทุนต้องการเครื่องมือที่ช่วยประเมินแนวโน้มของค่าเงิน สินค้า และเศรษฐกิจ การศึกษาดัชนีดอลลาร์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรเร่งลงมือทำ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ดัชนีดอลลาร์ยังคงใช้วิธีวัดความแข็งค่าแบบเดิมอยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่า ดัชนีดอลลาร์มีความเสถียรและน่าเชื่อถือสูงที่สุดในบรรดาทุกสกุลเงินทั่วโลก ที่นักลงทุนสามารถเก็บเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดได้เช่นกัน
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย