เผยแพร่เมื่อ: 2025-10-15
15 ต.ค. 2025 - ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผันผวนในวันอังคาร หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวโจมตีจีนอีกครั้งเรื่องไม่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศกลับมาร้อนแรงอีกระลอก ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.2% ที่ระดับ 6,644.31 หลังจากช่วงระหว่างวันแกว่งตัวกว้างถึงกว่า 1.5% ส่วนดัชนี Nasdaq ร่วง 0.8% ปิดที่ 22,521.70 ขณะที่ Dow Jones ปรับขึ้น 0.4% หรือ 202.88 จุด ปิดที่ 46,270.46 โดยหุ้น Caterpillar นำตลาดในฝั่งบวก
แรงกดดันเกิดขึ้นหลังจีนประกาศคว่ำบาตรบริษัทย่อยในสหรัฐของ Hanwha Ocean จากเกาหลีใต้ 5 แห่ง โดยห้ามองค์กรและบุคคลในจีนทำธุรกรรมร่วมกับบริษัทเหล่านี้ อ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงของจีน” สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ Jamieson Greer กล่าวว่าการขึ้นภาษีนำเข้า 100% ต่อสินค้าจีนที่ทรัมป์ขู่ไว้อาจมีผลบังคับใช้เร็วสุดในวันที่ 1 พฤศจิกายน หรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของปักกิ่ง
แม้ช่วงกลางวันตลาดจะฟื้นตัวจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มการเงิน โดย Citigroup และ Wells Fargo รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 3.9% และ 7.2% ตามลำดับ แต่ตลาดกลับอ่อนตัวอีกครั้งหลังทรัมป์โพสต์บน Truth Social กล่าวหาจีนว่า “จงใจไม่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐในลักษณะเป็นศัตรูทางเศรษฐกิจ” พร้อมขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการ “ห้ามส่งออกน้ำมันพืช”
นักวิเคราะห์จาก U.S. Bank Wealth Management มองว่านักลงทุนยังไม่เห็นสัญญาณทางออกของความขัดแย้งในครั้งนี้ชัดเจน ขณะที่ดัชนีความผันผวน VIX ของตลาดเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเหนือ 22 จุด สะท้อนความกังวลของวอลล์สตรีทว่าความตึงเครียดทางการค้าอาจยืดเยื้อต่อไป

ราคาทองคำ (XAU/USD) ยังคงไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาเอเชีย แตะระดับสูงสุดใกล้ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางกระแสแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกต่อสงครามการค้าสหรัฐ–จีน และการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ความตึงเครียดดังกล่าวถูกจุดขึ้นอีกครั้งหลังสหรัฐและจีนต่างเตรียมเก็บ “ค่าธรรมเนียมท่าเรือเพิ่มเติม” ต่อบริษัทเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งจะกระทบตั้งแต่สินค้าของเล่นในช่วงเทศกาลถึงน้ำมันดิบ ทำให้เส้นทางเดินเรือกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก โดยสหรัฐจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมนี้
นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ โดยประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ระบุว่าเฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม แม้รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญความไม่แน่นอนทางงบประมาณก็ตาม ข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม และคาดว่าจะมีการลดอีกครั้งในเดือนธันวาคม
นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายในวันพุธ ซึ่งอาจส่งสัญญาณแนวทางนโยบายการเงินในอนาคต หากมีท่าทีแข็งกร้าวเกินคาด อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองในระยะสั้น

ภาพรวมตลาดในสัปดาห์นี้สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีนำเข้าจากจีน 100% ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจุดชนวนให้ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวนแรง โดยดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.2% ที่ระดับ 6,644.31 หลังระหว่างวันแกว่งตัวกว้างถึงกว่า 1.5% ขณะที่ Nasdaq ร่วง 0.8% ปิดที่ 22,521.70 แม้ Dow Jones จะปิดบวก 202.88 จุด หรือ 0.4% แต่ก็ถือเป็นการรีบาวด์ท่ามกลางแรงขายที่ครอบคลุมทั้งตลาด ความไม่แน่นอนนี้ยังสะท้อนผ่านดัชนี VIX หรือ “ดัชนีความกลัว” ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเหนือ 22 จุด แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังเร่งหาที่หลบภัยทางการเงิน
ทองคำจึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากภาวะความเสี่ยงดังกล่าว ราคาทองคำ (XAU/USD) พุ่งขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน แรงซื้อดังกล่าวมาจากทั้งความกังวลเรื่องสงครามการค้าและความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม ข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อการลดดอกเบี้ยดังกล่าว และคาดว่าจะมีอีกหนึ่งครั้งในเดือนธันวาคม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง นักลงทุนทั่วโลกจึงจับตาทุกถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและท่าทีใหม่จากทำเนียบขาวว่าจะเป็นชนวนให้ตลาดการเงินโลกสั่นสะเทือนอีกครั้งหรือไม่
ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนา (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย