เผยแพร่เมื่อ: 2025-09-24
หุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง นำโดยหุ้นเทคโนโลยี หลังเฟดมีมติล่าสุด ขณะที่ Citi Bank คาดว่าผู้กำหนดนโยบายอาจปรับลดดอกเบี้ยได้มากถึง 1.5 จุดภายในสิ้นปีหน้า

Nvidia ประกาศว่าจะลงทุนสูงสุด 100,000 ล้านดอลลาร์ ใน OpenAI เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ โดยใช้ชิป AI รุ่นใหม่ของ Nvidia ทั้งสองบริษัทเผยเมื่อวันจันทร์
แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าคาด แต่บรรยากาศเชิงบวกถูกลดทอนลงหลังการยืนยันว่า Nvidia ไม่มียอดขายชิป H20 ให้จีนในไตรมาสดังกล่าว อย่างไรก็ดี หุ้น Nvidia ยังคงปรับขึ้นราว 37% นับตั้งแต่ต้นปี
ดัชนี Russell 2000 ให้ผลตอบแทนดีกว่า S&P 500 ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่ปรับดีขึ้น โดยมอร์แกนสแตนลีย์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ระยะ “ต้นวัฏจักร” (early cycle)
ตลาดแรงงานที่อ่อนตัวกดดันนโยบายเศรษฐกิจ โดยจำนวนการจ้างงานใหม่เพียง 106,000 ตำแหน่ง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ลดลงอย่างมากจาก 380,000 ตำแหน่ง ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงสู่ 1.8% ในปี 2025 ก่อนลดลงต่อเหลือ 1.5% ในปี 2026 พร้อมเตือนว่าผลกระทบเต็มรูปแบบของภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ยังไม่ปรากฏทั่วโลก
เมื่อเดือนที่แล้ว 71% ของผู้ผลิต ที่ตอบแบบสอบถามของเฟดสาขาดัลลัสระบุว่า ภาษีนำเข้าได้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจแล้ว ทั้งต้นทุนทรัพยากรที่สูงขึ้นและกำไรที่ลดลง
UBS Global Wealth Management ปรับเป้าดัชนี S&P 500 สิ้นปีขึ้นเป็น 6,600 จุด โดยอิงความแข็งแกร่งของกำไรบริษัท การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า และความคาดหวังการลดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม UBS ยังคงแนะนำมุมมอง “เป็นกลาง” โดยให้เหตุผลว่าตลาดอาจสะท้อนความคาดหวังบวกไปแล้วพอสมควร และยังขาดปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น ขณะที่มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับสูง
HSBC เมื่อต้นเดือนปรับคาดการณ์ขึ้นเป็น 6,650 จุด พร้อมมุมมองบวกพิเศษต่อหุ้นเทคโนโลยีและการเงิน หลังผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าคาด และผลกระทบจากภาษีมีเพียง “จำกัด”
RBC Capital Markets คาดว่า S&P 500 อาจทะลุ 7,100 จุด ในครึ่งหลังปี 2026 โดยอิงจากรูปแบบทางประวัติศาสตร์ของ “reset cuts” (การลดดอกเบี้ยหลังหยุดพักเป็นเวลานานในวัฏจักรการลด) ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยล่วงหน้า 12 เดือนราว 13%
ทั้งนี้ RBC ยังสังเกตว่าอัตราการปรับประมาณการกำไร (EPS) ของ S&P 500 ชะลอตัวลง โดยโมเมนตัมกระจุกตัวอยู่ในหุ้น 10 บริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่สุด ซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน (divergence)
Goldman Sachs ก็ได้ปรับเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 6,800 จุด โดยอ้างถึงท่าทีผ่อนคลายของเฟดและกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง ขณะที่เมื่อต้นปี โบรกเกอร์รายใหญ่หลายแห่งเคยหั่นเป้าลงมาต่ำกว่า 6,000 จุด ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นการประเมินผิดพลาด

ความเชื่อมั่นเชิงบวก (Bullish sentiment) ของนักลงทุนรายย่อยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ตามผลสำรวจล่าสุดจาก AAII Sentiment Survey อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ตอบแบบสอบถามที่มองเชิงลบ (bearish) มากกว่าเล็กน้อย
ในขณะที่ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันมีการปรับมุมมอง กลยุทธ์ “Hedge America” กลับถูกมองว่าจำเป็นมากขึ้นในเวลานี้ กลยุทธ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการป้องกันพอร์ตลงทุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์
เริ่มตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา และเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ กระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF แบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (dollar-hedged ETFs) ที่ลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐฯ แซงหน้ากองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง ตามข้อมูลจาก Deutsche Bank

ธนาคารหลายแห่งคาดว่าการป้องกันความเสี่ยงจะกดดันค่าเงินดอลลาร์เข้าสู่ปีหน้า ผู้จัดการกองทุนกำลังมองหาที่หลบภัยใหม่ ๆ เช่น ฟรังก์สวิส เยน และทองคำ
ผลสำรวจล่าสุดของ Bank of America ต่อผู้จัดการกองทุนทั่วโลก 196 ราย ซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมราว 490,000 ล้านดอลลาร์ พบว่า 38% มีแผนเพิ่มสัดส่วนการป้องกันค่าเงิน สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
“ชาวต่างชาติไม่น่าจะขายสินทรัพย์สหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มสัดส่วนการเฮดจ์มากกว่า” ลี เฟอร์ริดจ์ นักกลยุทธ์จาก State Street กล่าว “อัตราส่วนการเฮดจ์เป็นกุญแจสำคัญต่อทิศทางของดอลลาร์”
ที่ EBC นักลงทุนสามารถจำลองกลยุทธ์นี้ได้ โดยเปิดสถานะ Long ในดัชนีหุ้นสหรัฐฯ หลัก และเปิดสถานะ Short ดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่น วิธีนี้ช่วยให้ผลตอบแทนไม่ถูกกระทบมากนักจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังผลักดันการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกเหนือจากความตั้งใจที่ชัดเจนในการลดต้นทุนการกู้ยืมทั่วทั้งระบบแล้ว ยังอาจมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดุลการค้า โดยการกดราคาสินค้าส่งออกให้ถูกลง
ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนา (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย