เผยแพร่เมื่อ: 2025-08-29
อัปเดตเมื่อ: 2025-09-02

Williams%R ซึ่งอ่านว่า “Williams Percent Range” เป็นอินดิเคเตอร์โมเมนตัมชนิด Oscillator ที่พัฒนาโดยเทรดเดอร์ Larry Williams อินดิเคเตอร์ชนิดนี้ใช้วัดตำแหน่งราคาปิดปัจจุบันเมื่อเทียบกับราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยทั่วไปมักใช้ช่วง 14 วัน ค่า Williams%R จะมีช่วงระหว่าง 0 ถึง -100 โดยค่าที่ใกล้ 0 บ่งชี้ว่าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้กับราคาสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนค่าที่ใกล้ -100 บ่งชี้ว่าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้กับราคาต่ำสุดในช่วงที่ผ่านมา
แตกต่างจากตัว Oscillator อื่น ๆ ตรงที่มาตราส่วนของ Williams%R ถูกกลับด้าน โดยการอ่านค่า -10 หมายถึงราคาปัจจุบันใกล้กับระดับสูงสุดล่าสุดอย่างมาก ขณะที่ค่า -90 หมายถึงราคาปัจจุบันใกล้กับระดับต่ำสุดล่าสุดมาก ค่า “percent range” นี้สะท้อนระยะที่ราคาลดลงจากราคาสูงสุดล่าสุดในรูปแบบเปอร์เซ็นต์
โดยพื้นฐานแล้ว Williams%R ช่วยบอกเทรดเดอร์ว่า สินทรัพย์นั้นอาจอยู่ในสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ซึ่งราคากำลังอยู่ใกล้ขอบบนของช่วงราคาล่าสุด หรือขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งราคากำลังอยู่ใกล้ขอบล่างของช่วงราคาล่าสุด โดยสัญญาณเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงโอกาสในการเกิดการกลับตัวหรือการพักตัวของแนวโน้มราคาที่กำลังเป็นอยู่
Williams%R มีคุณค่าเพราะโมเมนตัมมักเกิดก่อนการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อสินทรัพย์อยู่ในสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หมายความว่าผู้ซื้ออาจเริ่มหมดแรง เพิ่มโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลง ในทางกลับกัน สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) บ่งบอกว่าความกดดันจากการขายอาจมากเกินไป ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะเด้งกลับ
การใช้โซนซื้อมากเกินและขายมากเกินเป็นสัญญาณช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การเข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดระยะสั้น หรือขายเร็วเกินไปใกล้จุดต่ำสุด Williams%R เหมาะสำหรับตลาดหลายประเภทและหลายกรอบเวลา ช่วยปรับปรุงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทั้งในตลาดแนวโน้มและตลาดแนวราบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าซื้อมากเกินไปไม่ได้หมายถึงการกลับตัวทันที แนวโน้มแรงอาจอยู่ในสภาวะซื้อมากเกินไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ดังนั้น การยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขาย (Volume) การเคลื่อนไหวของราคา หรือเครื่องมือสนับสนุนอื่น ๆ จึงมีความสำคัญ พลังที่แท้จริงของอินดิเคเตอร์อยู่ที่การเน้นสภาวะที่ควรให้ความสนใจใกล้ชิดหรือกระตุ้นการบริหารจัดการการเทรดอย่างรอบคอบ

ลองนึกถึงบัญชีเทรดขนาด 15,000 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีความผันผวนสูง ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วภายในสองสัปดาห์ ส่งผลให้ค่า Williams%R อยู่ที่ -15 ซึ่งบ่งชี้สภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought)
จากข้อมูลนี้ เทรดเดอร์อาจเลือกเลื่อนการเปิดตำแหน่งซื้อใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อใกล้จุดสูงสุด
หากถือหุ้นอยู่แล้ว เทรดเดอร์สามารถปรับจุดหยุดขาดทุน (Stop-Loss) ให้กระชับขึ้นเพื่อล็อกกำไรหรือใช้ Trailing Stop ตามราคาที่ปรับสูงขึ้น
ไม่กี่วันต่อมา หลังจากราคาปรับตัวลงค่า Williams%R ลดลงถึง -85 ซึ่งบ่งชี้สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เทรดเดอร์จึงตัดสินใจซื้อหุ้น 100 หุ้นในราคาหุ้นละ 75 ดอลลาร์
เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านลบ เทรดเดอร์ตั้ง Stop-Loss ที่ 70 ดอลลาร์ต่ำกว่าราคาซื้อ 5 ดอลลาร์
หากราคาฟื้นตัวไปอยู่ราว 85 ดอลลาร์ จะทำกำไรหุ้นละ 10 ดอลลาร์ รวมเป็นกำไรทั้งหมด 1,000 ดอลลาร์ (100 หุ้น × 10 ดอลลาร์)
ในตัวอย่างนี้ Williams%R ช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดที่เสี่ยง และแนะนำเวลาที่เหมาะสมในการซื้อใกล้จุดต่ำสุดของราคา ช่วยปรับปรุงจังหวะการเทรดและการควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เชื่อว่ามันทำนายจุดสูงสุดหรือต่ำสุดได้อย่างสมบูรณ์: Williams%R ชี้โซนความน่าจะเป็น ไม่ใช่ความแน่นอน การกลับตัวเกิดขึ้นจากบริบทตลาดโดยรวม ไม่ใช่เพียงการอ่านค่าอินดิเคเตอร์
ทำตามค่า Overbought/Oversold อย่างเดียว: ตลาดสามารถอยู่ในสภาวะซื้อมากเกินหรือขายมากเกินได้ในช่วงแนวโน้มแรง การรอการยืนยันเพิ่มเติม เช่น รูปแบบแท่งเทียน หรือปริมาณซื้อขาย จะช่วยลดสัญญาณหลอก
มองข้ามสัญญาณความเบี่ยงเบน (Divergence): บางครั้งราคาทำจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ แต่ Williams%R ไม่เคลื่อนไหวตาม ความเบี่ยงเบนนี้มักบ่งบอกถึงโมเมนตัมอ่อนแรงและการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้น
ใช้ Williams%R เพียงลำพัง: อินดิเคเตอร์นี้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์แนวโน้ม (เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) การวิเคราะห์ปริมาณซื้อขายหรือ Oscillator ตัวอื่น ๆ เพื่อให้การเทรดครบถ้วนและรอบด้าน
ตั้งค่าเกณฑ์ไม่เหมาะสม: สินทรัพย์หรือกรอบเวลาที่แตกต่างกันอาจต้องปรับค่า Overbought (-20 หรือ -10) และ Oversold (-80 หรือ -90) เทรดเดอร์ควรทดสอบย้อนหลัง (Backtest) และปรับแต่งค่าตามตลาดที่ตนเองเทรด
ดัชนี RSI: เป็นตัว Oscillator ที่วัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของราคาบนมาตราส่วน 0 ถึง 100 RSI และ Williams%R มักให้สัญญาณที่คล้ายกัน แต่แตกต่างกันทั้งวิธีคำนวณและมาตราส่วน
Stochastic Oscillator: เปรียบเทียบราคาปิดของหุ้นกับช่วงราคาของมันในช่วงเวลาที่กำหนด เช่นเดียวกับ Williams%R อินดิเคเตอร์นี้ช่วยระบุการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมและสภาวะซื้อมากเกินหรือขายมากเกิน
อิรดิเคเตอร์โมเมนตัม: หมวดของเครื่องมือทางเทคนิคที่วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา เพื่อระบุความแข็งแรงหรือความอ่อนแรงของแนวโน้ม
แนวรับและแนวต้าน: โซนแนวนอนบนกราฟที่ราคามักหยุดหรือกลับตัว ใช้ร่วมกับ Oscillator อย่าง Williams%R เพื่อหาจุดเข้าซื้อหรือขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทรดเดอร์มืออาชีพมักนำ Williams%R มาประยุกต์ใช้ในระบบการเทรดที่ซับซ้อน ดังนี้
การสังเกต ความเบี่ยงเบน (Divergence) ระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์ เพื่อระบุโมเมนตัมที่อ่อนแรงก่อนการกลับตัวของราคา ช่วยให้ได้สัญญาณเข้าออกตลาดล่วงหน้า
การใช้ การวิเคราะห์หลายกรอบเวลา โดยผสมผสานสัญญาณ Williams %R รายวันและรายสัปดาห์เพื่อยืนยันแนวโน้มและลดสัญญาณหลอก
การจับคู่ Williams %R กับ การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายและตัวกรองแนวโน้ม เพื่อลดสัญญาณผิดพลาดในช่วงตลาดผันผวนหรือพักตัว
การปรับ เกณฑ์ซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป ให้เหมาะกับสินทรัพย์หรือสภาวะตลาด เช่น ปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดในตลาดคริปโตที่ผันผวนสูง หรือผ่อนคลายในหุ้นบลูชิพที่เคลื่อนไหวช้า
การใช้ Williams %R ภายใน กลยุทธ์การเข้าและออกตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้การเทรดมีความสม่ำเสมอและมีวินัย ลดการตัดสินใจตามอารมณ์
Williams%R เป็นเครื่องมือวัดโมเมนตัมที่ใช้งานง่ายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของราคา เมื่อใช้ร่วมกับการยืนยันเพิ่มเติมและการบริหารความเสี่ยงที่ดี จะช่วยให้เทรดเดอร์เข้าหรือออกตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น มีความมั่นใจ ลดการขาดทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสทำกำไร
คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย