เผยแพร่เมื่อ: 2025-08-01
ตลาดเงินเอเชียร่วงแรงในวันศุกร์ (1 ส.ค.) หลัง สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากกว่า 40 ประเทศ ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค นักลงทุนเร่งเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐแทน ส่งผลให้ ค่าเงินในเอเชียอ่อนค่าระนาว นำโดย วอนเกาหลีใต้ ริงกิตมาเลเซีย และค่าเงินบาทของไทย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าสหรัฐ ในอัตรา 10%-41% ต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ โดยประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 19% ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายชาติอาเซียน
ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ร่วง 0.69% แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ที่ 1,401.53 วอนต่อดอลลาร์ ขณะที่ ริงกิตมาเลเซียอ่อนค่า 0.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ด้าน ค่าเงินบาทอ่อนกว่า 0.3% เช่นเดียวกับดอลลาร์ไต้หวัน
แม้ เปโซฟิลิปปินส์ จะอ่อนค่าลงในช่วงต้นวัน แต่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในวันเดียวกัน ดัชนีค่าเงินตลาดเกิดใหม่ MSCI ร่วงลงกว่า 1% ตลอดสัปดาห์ ถือเป็นการยุติแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องที่ดำเนินมากว่า 6 เดือน
ไทยโดนภาษีนำเข้า 19% ตลาดทุนผันผวนทั่วภูมิภาค โดยมาตรการภาษีใหม่นี้ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในเอเชีย
อินเดีย ถูกเรียกเก็บภาษี 25%
ไต้หวัน 20%
ไทยและมาเลเซีย 19%
เกาหลีใต้ ได้ลดเหลือ 15% หลังเจรจา
ขณะที่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และกัมพูชา ต่างสามารถบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงภาษีได้ก่อนหน้านี้
อเล็กซ์ โฮล์มส์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแห่ง EIU เตือนว่า “ภาษีเหล่านี้จะกัดกินกำไรของผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานและลดอุปสงค์จากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เปราะบางด้านการเงิน”

การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.3% ในวันศุกร์ ดัน ดัชนีดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.5% ในรอบสัปดาห์ แตะจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาถือเงินปลอดภัย
ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นในเอเชียให้ผลตอบแทนผสมผสาน โดยหุ้นมาเลเซียและอินโดนีเซียปรับขึ้นกว่า 1% แต่ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงกว่า 3.5% หลังรัฐบาลเสนอแผนยกเลิกการลดภาษี
ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์และธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม เช่นเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สายตาต่อไปจะจับจ้องไปยัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะประชุมในเดือนนี้ รวมถึง ธนาคารกลางอินเดีย ที่จะตัดสินใจนโยบายในสัปดาห์หน้า
นักวิเคราะห์จาก Barclays คาดการณ์ว่า “หลายธนาคารในตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน มากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียที่อาจหยุดขึ้นดอกเบี้ย และอาจพิจารณาปรับลดในเดือนตุลาคมนี้”
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย