เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-17
สหรัฐฯ เผชิญกระแสข่าวเขย่าตลาดการเงินอีกระลอก เมื่อ The Wall Street Journal และ CNBC อ้างแหล่งข่าวในทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สอบถามความเห็นสมาชิกพรรครีพับลิกันเมื่อวันอังคาร (15 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) ถึงความเป็นไปได้ในการปลดเจอโรม พาวเวลล์ ออกจากตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีรายงานว่า ทรัมป์ถึงขั้นร่างจดหมายปลดออกไว้เรียบร้อยแล้ว หลังได้รับแรงหนุนจากแกนนำพรรคบางส่วน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พลิกในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อทรัมป์ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อในวันพุธ (16 ก.ค.) ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว แต่ก็ยังทิ้งปมไว้ให้ตีความ โดยระบุว่า “ผมยังไม่ปิดโอกาสใดๆ ทั้งสิ้น แต่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เว้นแต่ว่าเขาจะมีเรื่องทุจริต”
คำพูดนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทรัมป์อาจกำลังหาทางใช้ข้อกฎหมายในการปลดพาวเวลล์ ‘ด้วยเหตุผลชอบธรรม’ (for cause) เพราะตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาล่าสุด ประธานาธิบดีไม่สามารถสั่งปลดผู้ว่าการ Fed ได้เพียงเพราะมีความเห็นต่างด้านนโยบาย
ประเด็นความขัดแย้งครั้งนี้อยู่ที่ความไม่พอใจของทรัมป์ต่อแนวทางการใช้งบประมาณของ Fed โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรีโนเวตสำนักงานใหญ่ ซึ่งถูกใช้เป็นประเด็นโจมตี ขณะที่เบื้องหลังจริงๆ คือการกดดันให้ Fed ลดดอกเบี้ยลงแรงๆ ตามที่ทรัมป์ต้องการ เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของรัฐบาล โดยทรัมป์ต้องการเห็นดอกเบี้ยลดจากราว 4.3% ลงมาอยู่ที่ 1.3% ซึ่ง Fed ยังคงตรึงไว้ระดับเดิมตั้งแต่สิ้นปี 2024

ขณะที่ข่าวลือแพร่สะพัดในโซเชียล ส.ส. แอนนา พอลีนา ลูนา ก็ออกมาโพสต์ยืนยันว่า “ได้ข่าวว่าพาวเวลล์กำลังจะโดนปลดจริง!” สอดคล้องกับแหล่งข่าวใกล้ชิดในทำเนียบขาว แต่ในอีกมุม สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กลับให้สัมภาษณ์ว่าตนไม่เชื่อว่าทรัมป์จะดำเนินการจริง พร้อมมองว่าการขู่ปลดนี้เป็นเพียงกลยุทธ์กดดัน Fed ทางอ้อม เช่นเดียวกับ ส.ส. เฟรนช์ ฮิลล์ ประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนฯ ที่บอกกับ CNBC ว่า “ไม่น่าจะเกิดขึ้น”
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ทรัมป์เป็นคนผลักดันพาวเวลล์ให้ขึ้นนั่งประธาน Fed ต่อจากเจเน็ต เยลเลน ด้วยตัวเอง ก่อนวุฒิสภาจะให้ไฟเขียวอย่างเป็นทางการในต้นปี 2019 แต่เมื่อพาวเวลล์ไม่ยอมเดินตามนโยบายการเงินของทรัมป์ ความสัมพันธ์ก็เริ่มร้าวมาตลอด
ทางด้านพาวเวลล์เองเคยให้สัมภาษณ์ชัดว่า หากมีความพยายามปลดเขาออก เขาจะต่อสู้ตามข้อกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่เปิดช่องให้ปลดประธาน Fed ด้วยเหตุผลทางการเมืองได้ง่ายๆ นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า หากรัฐบาลแทรกแซง Fed เกินขอบเขต อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเงินทุนต่างชาติและฉุดเสถียรภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว
แม้ตลาดจะยังไม่แสดงอาการตื่นตระหนกทันที แต่ประเด็นนี้ได้สร้างเงา ‘ความไม่แน่นอน’ ใหม่ให้ระบบการเงินที่ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างระแวดระวัง
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย