เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-03
อัปเดตเมื่อ: 2025-07-09
ราคาน้ำมันดิบ WTI อ่อนตัวลงอีกครั้งในวันพฤหัสบดี หลังจากข้อมูลปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความต้องการในประเทศที่เริ่มลดลง ข้อมูลที่ไม่คาดคิดนี้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตจากกลุ่ม OPEC+ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ กดดันตลาดน้ำมันอย่างหนัก ทำให้การฟื้นตัวตลอด 3 วันที่ผ่านมาของ WTI ต้องหยุดชะงักลง

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 มิถุนายน เพิ่มขึ้น 3.845 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 2 ล้านบาร์เรล และพลิกกลับจากการลดลง 5.836 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นมากกว่าการีคาดนี้สะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการที่อ่อนแอลงในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลดังกล่าวสร้างความระมัดระวังให้กับนักเทรดพลังงาน โดยมองว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณสำรองอาจเกิดจากโรงกลั่นลดการผลิต หรือต้องเผชิญกับความต้องการเชื้อเพลิงที่อ่อนตัวลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ภายหลังจากรายงานปริมาณสำรองน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 66.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างการซื้อขายช่วงเช้าของยุโรปในวันพฤหัสบดี การปรับลงนี้ได้ยุติการฟื้นตัวติดต่อกัน 3 วัน และตอกย้ำความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับอุปสงค์ที่อ่อนแอจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค
การร่วงลงของ WTI เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าการบริโภคเชื้อเพลิงภายในประเทศกำลังชะงักลง ซึ่งอาจเป็นผลจากการเดินทางที่น้อยลง ภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว หรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ซบเซา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูขับขี่ของสหรัฐฯ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงที่มีการบริโภคพลังงานสูง
ปัจจัยลบเพิ่มเติมคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยช่วงผ่อนผันการจัดเก็บภาษีในอัตราสูง 90 วันกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 กรกฎาคม โดยที่ยังไม่มีข้อตกลงใหม่กับคู่ค้าอย่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความระแวดระวัง
หากมีการกลับมาใช้ภาษีที่ถูกระงับไว้ หรือมีการเก็บภาษีใหม่ ความต้องการเชื้อเพลิงอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ความไม่แน่นอนนี้จึงเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะเปราะบาง
นอกจากแรงกดดันภายในประเทศแล้ว พัฒนาการด้านอุปทานในระดับโลกก็เป็นอีกปัจจัยที่ถ่วงราคา WTI โดยรายงานจาก Reuters ระบุว่ากลุ่ม OPEC+ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก OPEC และพันธมิตรอย่างรัสเซีย เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 411,000 บาร์เรลต่อวันในการประชุมครั้งถัดไป
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตรวมในปี 2025 อยู่ที่ 1.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่า 1.5% ของความต้องการน้ำมันทั่วโลก แม้ว่าตลาดจะคาดหวังการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการผลิตบ้าง แต่ขนาดและจังหวะของการเพิ่มกำลังผลิตทำให้เกิดคำถามต่อกลยุทธ์ของกลุ่ม OPEC+ ในภาวะที่ความต้องการเปราะบางและปริมาณสำรองเพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความกังวลต่อตลาดคือนัยของข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยดัชนี PMI ของจีนในเดือนมิถุนายนลดลงมาอยู่ที่ 50.6 จาก 51.1 ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 51.0
นับเป็นการขยายตัวของภาคบริการที่ช้าที่สุดในรอบ 9 เดือนท่ามกลางคำสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงและกิจกรรมส่งออกที่ซบเซา ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันของจีนที่อาจอ่อนแรง โดยเฉพาะเมื่อการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางธุรกิจกำลังสูญเสียแรงส่ง
การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน WTI สะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดน้ำมันโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะอุปทานเพิ่มขึ้น ความต้องการที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาวะน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่แผนการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ อาจทำให้สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานยิ่งแย่ลง
ในขณะเดียวกัน ความระมัดระวังจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากจีนยังคงบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของอุปสงค์และเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน WTI จึงมีแนวโน้มจะอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไป โดยนักลงทุนจะยังคงตอบสนองต่อข้อมูลระยะสั้นและนโยบายต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
EBC Financial Group มีกลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ ได้แก่:
EBC Financial Group (SVG) LLC ได้รับอนุญาตจาก St.Vincent และ The
Grenadines Financial Services Authority (SVGFSA) หมายเลขจดทะเบียนบริษัท
353 LLC 2020 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน Euro House, Richmond Hill
Road, Kingstown, VC0100, St. Vincent and the Grenadines.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง:
EBC FINANCIAL GROUP (UK) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Financial Conduct
Authority (FCA) หมายเลขควบคุม: 927552 ,เว็บไซต์:
www.ebcfin.co.uk
EBC FINANCIAL GROUP (CAYMAN) LTD ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Cayman Islands
Monetary Authority (CIMA) หมายเลขควบคุม: 2038223 ,เว็บไซต์:
www.ebcgroup.ky
EBC Financial (MU) Limited
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส
(Financial Services Commission, Mauritius) หมายเลขใบอนุญาต: GB24203273
โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชั้น 3, Standard Chartered Tower, Cybercity,
Ebene, 72201, สาธารณรัฐมอริเชียส
เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ระบุมีการดูแลแยกต่างหาก
EBC Financial Group (Comoros) Limited ได้รับอนุญาตจาก The Autonomous
Island of Anjouan, Union of Comoros Offshore Finance Authority
หมายเลขใบอนุญาต: L 15637/EFGC โดยมีที่อยู่จดทะเบียนที่ Hamchako,
Mutsamudu, Autonomous Island of Anjouan, Union of Comoros
EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd (ACN: 619 073 237)
ได้รับอนุญาตและควบคุมโดย Australian Securities and Investments
Commission (ASIC) หมายเลข: 500991 โดย EBC Financial Group (Australia)
Pty Ltd เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ EBC Financial Group (SVG) LLC
ทั้งสององค์กรมีการบริหารจัดการแยกต่างหาก
ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ไม่ได้ให้บริการโดยองค์กรในออสเตรเลียและไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากองค์กรในออสเตรเลียได้
EBC Group (Cyprus) Ltd
ให้บริการการชำระเงินแก่หน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมภายในองค์กรของ
EBC Financial Group โดยจดทะเบียนภายใต้กฎหมายบริษัทของสาธารณรัฐไซปรัส
หมายเลข: HE 449205 ,ที่อยู่สำนักงานที่จดทะเบียน 101 Gladstonos,
Agathangelou Business Centre, 3032 Limassol, Cyprus
ที่อยู่บริษัท: The Leadenhall Building, 122 Leadenhall Street, London, United Kingdom EC3V 4AB ,อีเมล: cs@ebc.com ,หมายเลขโทรศัพท์: +44 20 3376 9662
ข้อจำกัดภูมิภาค:
EBC ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน, เบลารุส, เมียนมาร์, แคนาดา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, คองโก,
คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เอริเทรีย, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก,
เลบานอน, ลิเบีย, มาเลเซีย, มาลี, เกาหลีเหนือ (สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี),
รัสเซีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ซีเรีย, ยูเครน
(รวมถึงภูมิภาคไครเมีย, โดเนตสก์, และลูฮันสค์), สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอลา,
และเยเมน
ภาษาสเปนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศในละตินอเมริกา
และไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรปและสเปน
ภาษาโปรตุเกสที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ใช้ได้เฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
ไม่สามารถใช้ได้กับสหภาพยุโรป โปรตุเกส และบราซิล
การเปิดเผยการปฏิบัติตามข้อกำหนด:เว็บไซต์บริษัทสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลกและไม่ได้เจาะจงไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง สิทธิ์และภาระผูกพันของคุณถูกกำหนดโดยองค์กรและเขตอำนาจศาลที่คุณเลือก กฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นอาจห้ามหรือจำกัดไม่ให้คุณเข้าไปดาวน์โหลด แจกจ่าย เผยแพร่ แบ่งปัน หรือใช้เอกสาร ข้อมูลใด ๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้
คำเตือนความเสี่ยง:การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการใช้เลเวอเรจ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ก่อนตัดสินใจทำการซื้อขายฟอเร็กซ์หรือ CFD คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ อาจมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจสูญเสียเงินทุนบางส่วนหรือทั้งหมด เราขอแนะนำให้คุณขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระและตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน กรุณาอ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อขาย